อักขระสู่วิถีเซียน

ตอนที่ 92 เข้าไปในเทวสถานจักรพรรดิปิง

ใช้กำลังคงไม่ได้ ต้องคิดวิธีอื่น!

 

จินเยี่ยนมองโม่หยาแล้วกัดฟันแน่น และพร้อมที่จะท้าชน!

 

เมื่อได้ยิน หลินจื่อเหยียนที่อยู่ข้างๆเย่เหวยจึงขมวดคิ้ว จินเยี่ยนและโม่หยาเป็นจอมยุทธสิบดาราขั้นสูงสุด หลินจื่อเหยียนจึงเข้าใจความปราถนาอันแรงกล้าของทั้งสองคนที่มีต่อยาตันอี้หยวน

 

แต่ยาตันอี้หยวนมีเพียงสิบเม็ด เพราะเกี่ยวข้องกับตราผนึก ระดับความยากในการทลายสู่ขอบเขตอี้หยวนของตัวเองจึงยากกว่าคนธรรมดามาก ตัวเองจะต้องเหลือยาต้นอี้หยวนประมานห้าเม็ด อีกทั้งนางยังต้องเหลือไว้ให้เย่เหวย ยาตันที่ล้ำค่าอย่างยาตันอี้หยวน คนธรรมดาคงไม่ยินยอมยกให้

 

” พี่จื่อเหยียน หากสู้กันจริงๆ พวกเราก็ไม่เกรงกลัว! ” เมื่อเห็นหลินจื่อเหยียนลังเล เย่เหวยจึงเหลือบมองจินเยี่ยนและโม่หยา หลินจื่อเหยียนเป็นผู้ที่ได้ยาตันอี้หยวนก่อน แต่จินเยี่ยนและโม่หยามาบังคับแย่งชิง มีเหตุผลซะที่ไหน?

 

เมื่อนึกถึงขดม้วนเซียนระดับกลางสามสิบกว่าแผ่นในหีบห่อเอกภพ และจอมยุทธมากมายที่ยืนข้างตัวเอง เย่เหวยจึงมั่นใจมาก!

 

” โม่หยา จินเยี่ยน พวกเจ้าทั้งสองคงจะรู้ถึงความล้ำค่าของยาตันอี้หยวน ยาตันชนิดนี้ ถึงจะมีเงินก็ไม่อาจซื้อได้ พวกเจ้าต้องการยาตัน ข้าก็ต้องการ! ”

 

” ข้าให้ได้มากที่สุดแค่หนึ่งเม็ด! ” หลินจื่อเหยียนหยิบตาตันอี้หยวนออกมาหนึ่งเม็ด พูดอย่างเรียบเฉย

 

” ยาตันอี้หยวนหนึ่งเม็ด? ” สีหน้าของจินเยี่ยนอึมครึมขึ้นมาในมาทันที เห็นได้ชัดว่าหลินจื่อเหยียนจะแยกพวกเขา จึงส่ายหัวอย่างตัดสินใจ ” อย่างน้อยต้องสี่เม็ด แล้วแต่เจ้าจะตั้งราคา! ”

 

โม่หยาขมวดคิ้วขมวดคิ้ว แล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า ” ยาตันอี้หยวนสี่เม็ด นี่คือต่ำสุด! ”

 

” มีเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น ส่วนยาตันอี้หยวนที่เหลือข้าต้องใช้ ” หลินจื่อเหยียนส่ายหัวอย่างแน่วแน่ เป็นไปไม่ได้ที่จินเยี่ยนและโม่หยาจะได้ยาตันอี้หยวนสี่เม็ด

 

” ไม่ได้ อย่างน้อยต้องสี่เม็ด! ” จินเยี่ยน โม่หยา ดํเหมือนจะไม่ลังเลเลย ยังคงยืนกรานคำเดิม

 

” ยาตันอี้หยวนหนึ่งเม็ด ต้องใช้สิ่งของที่มีราคาแปดแสนตำลึงมาแลก .. หากไม่อยากได้ก็ช่างมันเถอะ! ” น้ำเสียงของหลินจื่อเหยียนเด็ดเดี่ยว

 

” แปดแสนตำลึง ทำไมเจ้าถึงไม่ไปแย่ง! ” จินเยี่ยนพูดอย่างเคร่งเครียด ตากระตุกเล็กน้อย ถึงจะเป็นเขา ก็ไม่อาจนำเงินมากมายเพียงนั้นมาได้ในทันทีทันใด

 

โม่หยาขมวดคิ้ว ไม่พูดอะไรต่อ เขาเงียบไปสีกพัก แล้วในดวงตาเปล่งประกาย หากว่าเขาเป็นหลินจื่อเหยียน คงจะไม่ยอมให้ยาตันอี้หยวนง่ายๆ .. หากเขาและจินเยี่ยนมีพลังที่เกินกว่าอีกฝ่าย ก็คงไม่เป็นไร ตอนนี้ อีกฝ่ายครองความเหนือกว่าไว้ คงจะไม่ยอมยกยาตันให้  .. ยาตันอี้หยวนสำคัญกับเขามากจริงๆ ไม่แน่ว่ามันอาจจะช่วยให้เขาทลายสู่ขอบเขตอี้หยวน เมื่อมาถึงนี่แล้ว เขาได้สิ่งล้ำค่ามามากมาย จะแลกกับยาตันอี้หยวนหนึ่งเม็ดจึงถือว่าคุ้มค่า

 

” งั้นก็ช่างมันเถอะ! ” หลินจิ่อเหยียนพูด พร้อมที่จะเก็บยาตันอี้หยวน

 

” แปดแสนตำลึง ข้าต้องการยาตันเม็ดนี้! ” โม่หยารีบก้าวออกมาข้างหน้า หยิบหีบห่อเอกภพหนึ่งห่อโยนให้หลินจื่อเหยียน ” สมบัติที่ข้าได้ในหุบหุบเขาเซว่อู่ ล้วนอยู่ในหีบห่อเอกภพ มูลค่าเกินกว่าแปดแสนตำลึง! ”

 

” โม่หยา เจ้า! ”

 

จินเยี่ยนมองด้านหลังของโม่หยา เบิกตาโพลง จ้องมองโม่หยาด้วยความขุ่นเคือง เขาไม่คิดว่าโม่หยาจะเปลี่ยนใจทันควัน

 

” การทลายสู่ขอบเขตอี้หยวน หากทำพลาด จะต้องใช้เวลาฟื้นฟูพลังหยวนอย่างน้อยๆสองสามปี ข้าไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้น ยาตันอี้หยวนนี้จึงสำคัญกับข้ามาก! หากออกไปจากหุบเขาเซว่อู่ ถึงจะมีเงินแปดแสนตำลึง ก็ใช่ว่าจะหาซื้อยาตันอี้หยวนได้ จินเยี่ยน หากเจ้าไม่ต้องการ งั้นก็ยกให้ข้า! ” โม่หยาพูดเสียงเรียบ เขากับจินเยี่ยนก็ไม่ได้มีไมตรีต่อกัน ทั้งยังเป็นคู่แข่งกัน เพียงแค่ร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อแย่งชิงยาต้นอี้หยวนก็เท่านั้น

 

” อือ นี่คือยาตันอี้หยวน! ” หลินจื่อเหยียนรับหีบห่อเอกภพมา แล้วตรวจสอบคร่าวๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีปัญหา จึงโยนยาตันอี้หยวนให้โม่หยา

 

” ขอตัว! ”

 

เมื่อโม่หยารับยาตันอี้หยวนมา เขาก็จากไปไม่หันกลับมาอีก

 

” ดี ดีมาก! ” จินเยี่ยนมองหลังโม่หยาที่จากไปไกล เขากัดฟันแน่นจนเกิดเสียง หน้าผากมีเส้นเลือดผุด หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆจึงสามารถข่มความโกรธลง แล้วมองไปที่หลินจื่อเหยียน พูดว่า ” ข้าก็จะแลกกับแปดแสนตำลึง กับยาตันอี้หยวนหนึ่งเม็ด! ” จินเยี่ยนกัดฟันแน่น สีหน้าโหดร้าย ราวกับว่าเขาพร้อมที่จะแว้งกัดคนได้ตลอดเวลา

 

” ไม่ขาย เมื่อครู่ข้าก็บอกไปแล้ว ข้าให้ได้มากที่สุดคือยาตันอี้หยวนเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น! ” หลินจื่อเหยียนปฏิเสธอย่างแน่วแน่ ยาตันอี้หยวนทั้งเก้าเม็ด นางได้แบ่งไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือไว้ให้ตัวเองห้าเม็ด ให้เย่เหวยสี่เม็ด จะเหลือยาตันอี้หยวนขายให้จินเยี่ยนได้อย่างไร?

 

โม่หยาและจินเยี่ยนที่ร่วมมือกัน ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ตอนนี้ทั้งสองถูกแยกออกจากกัน เหลือเพียงจินเยี่ยนคนเดียว ก็ไม่น่ากลัวแล้ว

 

จินเยี่ยนหน้าดำคร่ำเครียด สาปแช่งทั้งโม่หยาและหลินจื่อเหยียนในใจ แต่เขาเพียงผู้เดียว หากจะต้องสู้กับหลินจื่อเหยียน เย่เหวย และคนอื่นๆ คงจบไม่สวยแน่ๆ

 

” หึ! ” จินเยี่ยนสบถด้วยความโกรธและไม่ยินยอม หันตัวไปแล้วมุ่งไปทางเทวสถานที่มโหฬารซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ

 

เมืาอเห็นโม่หยาและจินเยี่ยนจากไป หลินจื่อเหยียรจึงมองเย่เหวยที่ยืนอยู่ข้างๆ นางหัวเราะ แล้วพูด ” ไปกัน พวกเราก็ต้องเข้าไปในเทวสถานจักรพรรดิปิง! “หลินจื่อเหยียนดึงตัวเย่เหวย ร่ายวิชาเทพเซียนย่างก้าวผันแปร แล้วเข้าไปในเทวสถาน

 

สมบัติที่มีมูลค่าสูงจริงๆในหุบเขาเซว่อู่จะต้องอยู่ภายในเทวสถานจักรพรรดิปิง อีกทั้ง ในเทวสถานอาจจะมีมรดกที่หลงเหลืออยู่ของจักรพรรดิปิง

 

” ไป! ”

 

” ขึ้นไปด้วยกัน! ” หงยวิน เซวหยาว และคนอื่นๆ มีดวงตาที่เร่าร้อน เมื่อคิดว่าในเทวสถานจักรพรรดิปิงอาจจะมีมรดกซ่อนอยู่ ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ

 

ทุกคนต่างทยอยเข้าไปในเทวสถานจักรพรรดิปิง

 

” บัดซบ! บัดซบ! ”

 

” หลินจื่อเหยียน โม่หยา แล้วก็ไอ้หนูนั่น ข้าจินเยี่ยนจะไม่ยอมปล่อยพวกเจ้าไป! รอไปก่อน ” จินเยี่ยนข่มความโกรธแค้นไว้ในใจ ” หากข้าโชคดีได้มรดกของจักรพรรดิปิวมา พวกเจ้าจะต้องตาย! ” เมื่อมองเทวสถานมโหฬารที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ จินเยี่ยนย่างเท้าบนไรเฟิลสีทอง ใช้พลังทั้งหมดขับเคลื่อนถัฐิมิลักขะสามดาวระดับกลาง จนกลายเป็นแสงสีทอง รีบร้อนนำหน้าทุกคนพุ่งเข้าไปที่ด้านหน้าของเทวสถาน ที่มีเมฆสีฟ้าประกายเขียวรวมกันอยู่บนระเบียงขนาดใหญ่

 

” หึ ต่างก็ไปแย่งชิงมรดกของจักรพรรดิปิงกัน พวกเจ้าคิดหรือว่ามรดกของจักรพรรดิปิงจะชิงมาได้ง่ายๆ? ” โม่หยาที่ยืนอยู่บนยอดเขาสูง มองทุกคนที่เข้าไปในเทวสถานจักรพรรดิปิงอย่างเย็นชา มุมปากแสยะยิ้ม บนใบหน้าที่หล่อเหลาเผยรอยยิ้มที่มุ่งร้าย

 

” เจ้าโง่จินเยี่ยน ไม่รู้ว่าว่าขุมพลังแข็งแกร่งกว่าคน ..หลินจื่อเหยียนรวมเข้ากับจอมยุทธหลายร้อยคนที่มีถัฐิมิลักขะและขดม้วนเซียน… นอกจากผู้แข็งแกร่งอี้หยวนแล้ว ยังจะมีผู้ใดยับยั้งคนเหล่านั้นได้? ”

 

” มียาตันอี้หยวนเม็ดนี้ ข้าก็มีโอกาสถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะทลายสู่ขอบเขตอี้หยวน! รอให้ข้าทลายได้ก่อนแล้วค่อยเข้าไปในเทวสถานจักรพรรดิปิง เกรงว่าในตอนนั้นพวกเจ้าคงตายอยู่ในนั้น! ”

 

โม่หยาละสายตาจากเทวสถานจักรพรรดิปิง แล้วนั่งขัดสมาติบนยอดเขาสูบ เงยหน้าแล้วกลืนยาตันอี้หยวนเข้าไป เริ่มปิดตาฝึกฝน

 

ตรงระเบียงเมฆสีฟ้าแระกายเขียวด้านหน้าเทวสถานจักรพรรดิปิง ทุกคนต่างเงยหน้ามอง เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เทวสถานนี้สูงหลายพันเมตร หรูหราโอ่อ่าหาใดเปรียบ ระเบียงด้านข้างมีเสาหินสูงใหญ่ที่สามารถให้คนสิบกว่าคนกอด ราวกับคนยักษ์ที่มีมาแต่อดีต

 

เมื่ออยู่ต่อหน้าเทวสถานนี้ ราวกับทุกคนเป็นเพียงเศษฝุ่นเล็กๆ

 

ด้านหลังของเสาหิน มีโครงกระดูกสูงใหญ่นับพันแบบ โครงกระดูกเหล่านี้สูงสูงหลายสิบเมตร บนตัวเต็มไปด้วยอักขระเซียนที่เร้นลับ ทอแสงราวกับหยกเขียว ลมปราณที่รุนแรงกดดันมา .. ทำให้โครงกระดูกที่ราวกับมีชีวิตนี้ดูแข็งแกร่งอย่างมาก!

 

ไม่รู้ว่าผู้ครอบครองเทวสถานวางกระดูกสัตว์อสูรไว้มากมายเพียงนี้เพื่ออะไร

 

เมื่อนึกถึงเล่าหุ่นเชิดหินก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจ ไม่กล้าเคลื่อนไหวง่ายๆ บรรยากาศเคร่งเครียดมาก

 

โครงกระดูกเหล่านี้ราวกับเป็นกองทัพป้องกัน แบ่งออกเป็นสองด้าน เมื่อมองจากด้านหน้า เห็นเพียงประตูใหญ่สูงหลายร้อยเมตรที่ปิดไว้หนาแน่น ประตูใหญ่นี้ไม่รู้ว่าสร้างด้วยอะไร เป็นโลหะแวววาวสีดำเกรียม ปล่อยกลิ่นไอที่เย็นยะเยือก

 

ทั้งเคร่งครัดมีพิธีรีตอง ราวกับเป็นอาณาเขตแห่งเซียน

 

จักรพรรดิปิงคือผู้ที่ลึกลับมาก เป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่ล่ำลือกันมา ในราชวงค์โจวเสินมีตำนานเล่าต่อกันมามากมายที่เกี่ยวข้องกับจักพรรดิปิง แต่ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนปลอม

 

ในตำนาน จักรพรรดิปิงถือครองวิชาเทพเซียนเยือกแข็งเหมันต์ที่แข็งแกร่งมากหลายร้อยบท มีคนกล่าวว่า หากได้ไขกระดูกเยือกแข็งที่ลึกลับ จะฝึกฝนจนกลายเป็นพระเจ้าแห่งเยือกแข็งเหมันต์!

 

หากที่นี่คือเทวสถาน ก็ดูไม่ยากเลย ว่าการพัฒนาของจักรพรรดิปิงถึงระดับที่เกินเลยคำว่าสมบูรณ์แบบ เกินกว่าขอบเขต

 

ผู้แข็งแกร่งอย่างนี้ แต่กลับหายตัวไปกะทันหัน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาไปไหน ในช่วงหลายร้อยปีมานี้อาจจะมีผู้คนที่เรียนรู้วิชาเทพเซียนที่จักรพรรดิปิงเหลือทิ้งไว้เป็นมรดก ล้วนกลายเป็นยอมยุทธ์ที่หาตัวจับยาก

 

ทุกคนต่างยืนมองอย่างเงียบๆ สายตาเร่าร้อนจ้องมองประตูใหญ่ที่ปิดแน่นของเทวสถานจักรพรรดิปิง

 

ทุกๆคน หากมีใครได้มรดกของจักรพรรดิปิงไป ความสำเร็จในอนาคตจะโดดเด่นอย่างยิ่ง แต่ในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่าจักรพรรดิปิงสร้างกับดักหลุมพรางอะไรในในเทวสถานแห่งนี้ หากไม่ระมัดระวังตัว อาจจะต้องจบชีวิตลง!

 

ในตอนที่ทุกคนกำลังลังเลอยู่นั้น หลินจื่อเหยียนจึงเดินออกมา เยื้องย่างอย่างสง่างาม ตรงไปที่ประตูใหญ่ของเทวสถาน สายตาของทุกคนต่างจ่องมองร่างของหลินจื่อเหยียน

 

” พี่จื่อเหยียน! ” เย่เหวยดึงแขนหลินจื่อเหยียนไว้ เขามองหลินจื่อเหยียนอย่างเป็นห่วง ถึงแม้เย่เหวยจะไม่รู้ว่าจักรพรรดิปิงคือผู้ใด แต่เมื่อเห็นผู้คนเกรงกลัวถึงเพียงนี้ เขาจึงไม่อยากให้หลินจื่อเหยียนต้องเจอกับอันตราย

 

” วางใจ ไม่เป็นไรหรอก! ” หลินจื่อเหยียนหันหน้ามา มองเย่เหวยที่มีสายตาเป็นห่วงเป็นใย แล้วหัวเราะเบาๆ

 

” ข้าจะไปด้วย! ” เย่เหวยคิดแล้วคิดอีก แล้วไม่พูดอะไรมาก ก็ก้าวออกมายืนข้างๆหลินจื่อเหยียน

 

ภายใต้สายตาของทุกคนที่จ้องมอง เย่เหวยและหลินจื่อเหยียนจึงเดินไปทางระเบียงเมฆสีฟ้าประกายเขียว

 

ตอนนี้ โครงกระดูกสัตว์อสูรที่อยู่รอบๆทั้งหมดต่างเคลื่อนไหว สายตาของพวกมันเกิดประกายแสงสีแดงที่น่าประหลาด จ้องมองหลินจื่อเหยียนและเย่เหวยอย่าโหดเหี้ยมอำมหิต ด้วยท่าทางพร้อมที่จะลอยขึ้นมากลางอาดาศ

 

เมื่อเห็นพาพนี้ ทุกคนต่างหายใจเลิ่กลั่ก โครงกระดูกเหล่านี้เหมือนกับหุ่นเชิดหินที่น่ากลัวเหล่านั้น อีกทั้ง พวกเขาเหล่านี้ยังแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดหินมาก!

 

เย่เหวยก็ตื่นตระหนกในใจ ในมือกำขดม้วนเซียนสายป้องกันหนึ่งแผ่นอย่างแน่น พร้อมที่จะลงมือตลอดเวลา

 

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เย่เหวยจึงพบความประหลาดใจ โครงกระดูกเหล่านี้ไม่ได้เคลื่อนไหวต่อ เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

ย่างก้าวของหลินจื่อเหยียนสงบและมั่นคง เดินไปถึงหน้าประตูใหญ่ของเทวสถาน นางยื่นมือที่เรียวระหงออกไป วางเบาๆบนประตูใหญ่ธรรมดา

 

ในวินาทีที่มือเล็กๆของหลินจื่อเหยียนวางลงบนประตูของเทวสถาน จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ประหลาดทันที  บนประตูใหญ่ปะทุแสงสีฟ้าประกายเขียว เย่เหวยยังไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ หลินจื่อเหยียนก็ถูกพลังลึกลับที่ยากจะจินตนาการดูดเข้าไปในเทวสถาน

 

ประตูใหญ่ของเทวสถานยังคงปิดอยู่ แต่ร่างของหลินจื่อเหยียนหายไปแล้ว!

 

” พี่จื่อเหยียน! ” เมื่อเห็นภาพนี้ เย่เหวยจึงดึงสายตากลับ แล้วพุ่งเข้าไปในประตูของเทวสถาน ดูเหมือนเขาจะไม่ลังเลเลย

 

เวิงเวิงเวิง!

 

ในวินาทีที่ร่างของเย่เหวยสัมผัสกับประตูใหญ่ของเทวสถาน พลังลึกลับปรากฎขึ้นทันทีและห่อหุ้มตัวของเย่เหวยไว้ แล้วถูกพลังที่แข็งแกร่งลึกลับลากผ่านประตูเข้าไปในเทวสถาน ราวกับประตูนั้นไม่มีสสารอะไรเลย

 

” พวกเขาเข้าไปกันแล้ว? ”

 

” แม่นางผู้นั้นรู้วิธีที่จะเข้าไป ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหา! ”

 

ทุกคนมองเย่เหวยและหลินจื่อเหยียนที่หายไป จึงตกตะลึงไปชั่วครู แล้วค่อยๆคืนสติกลับมา

ออกความคิดเห็น

error: Content is protected !!