อักขระสู่วิถีเซียน

ตอนที่ 91 การต่อสู้เป็นกลุ่ม

” หืม? ” เมื่อเห็นเย่เหวยที่จู่ๆก็พุ่งขึ้นมายืนอยู่เบื้องหน้าตัวเองกลางอากาศ คิ้วของจินเยี่ยนจึงขมวดเป็นปม ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกล้ามาก่อกวนตัวเอง?

 

” ไสหัวไป! ”

 

จินเยี่ยนเหลือบมองเย่เหวย คำพูดที่เย่อหยิ่งถูกพ่นออกมาอย่างดูถูก มองเย่เหวยอย่างไม่แยแส แล้วก้าวออกไปหนึ่งก้าว ในตอนที่เท้าเหยียบบนอากาศ ลมแรงที่ไร้รูปร่างจะม้วนตลบไปทางเย่เหวยราวกับคลื่นเป็นชั้นๆ โดยมีเท้าเป็นจุดศูนย์กลาง

 

จินเยี่ยนที่ยืนอย่างมาดมั่นกลางอากาศ พลังหยวนทั่วร่างปั่นป่วน เมื่อเย่เหวยที่ยืนอยู่ต่อหน้าพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เขาจึงดูกระจ้อยร่อยนัก

 

” เย่เหวย! ” เมื่อเห็นภาพนี้ หลินจื่อเหยียนที่กำลังยืนประจันหน้ากับโม่หยา เผยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง นางไม่คิดว่าจะได้มาเจอเย่เหวยที่นี่ ทั้งยังไม่คิดว่าจะกล้าต่อกรกับจินเยี่ยน ถึงแม้เย่เหวยจะมีขดม้วนเซียนระดับกลางหลายเเผ่น แต่เกรงว่าเขาจะยังไม่ใช่คู่มือของจินเยี่ยน!

 

” หลินจื่อเหยียน ตอนนี้เจ้ายังจะใจลอยไปถึงไหนกัน? ช่างเป็นการหยามหมิ่นข้า’โม่หยาเกินไป! ” ในตอนที่หลินจื่อเหยียนเตรียมพร้อมที่จะพุ่งไปทางเย่เหวย ร่างของโม่หยาก็ขยับ และสกัดอยู่เบื้องหน้าของหลินจื่อเหยียน แล้วชี้นิ้ว กระบี่สีเขียนขนาดใหญ่หลายจ้วง ก็เฉือนทันที

 

ฉึบ!

 

กระบี่ที่เฉือนอากาศ ทำให้เกิดเสียงเสียดสีของอากาศดังขึ้น พริบตาเดียวก็ไปถีงเบื้องของหลินจื่อเหยียน

 

สีหน้าของหลินจื่อเหยียนเปลี่ยนเล็กน้อย ยื่นนิ้วมือออกไปด้วยความเร็ว ปลายนิ้วมีเปลวเพลิงสีม่วงทอประกาย ปรากฏอักขระเซียนแต่ละวิถีในเปลวเพลิงสีม่วงนั้น

 

โม่หยาเป็นถึงจอมยุทธสิบดาราขั้นสูงสุด แต่อีกฝ่ายคือหลินจื่อเหยียน เขาไม่อาจลำพองใจมากนัก

 

ปลายนิ้วมือของหลินจื่อเหยียนมีเปลวเพลิงสีม่วงห่อหุ้ม เปลวเพลิงสีม่วงที่อยู่ในอากาศราวกับมังกรพ่นน้ำ โม่หยาที่ยืนตัวตรงอยู่บนดาบ ขับเคลื่อนกระบี่สีเขียวให้ต่อสู่กับหลินจื่อเหยียน

 

หลินจื่อเหยียนเป็นห่วงเย่เหวย จึงอยากออกจากตรงนี้ แต่ถูกโม่หยาขัดขวางไว้

 

” พี่จื่อเหยี่ยน ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าไม่เป็นไร! ” เย่เหวยพูดกับหลินจื่อเหยียน แล้วจ้องจินเยี่ยนด้วยทีาทีที่สงบ เห็นจินเยี่ยนที่ยิ้มเยาะ ยกปืนทองในมือขึ้นมา จึงเกิดลมแรงที่ไร้รูปร่างทะลวงออกไป

 

ปีกเงาด้านหลังของเย่เหวยบินเร็วขึ้นในทันที เพื่อหลบหนีจากลมแรง แล้วรีบนำขดม้วนเซียนระดับวิญญาณหนึ่งแผ่นจากด้านในของหีบห่อเอกภพออกมา

 

” ฮ่าฮ่าฮ่า! ” จินเยี่ยนมองขดม้วนเซียนปะทุแสงสีดำที่อยู่ในมือของเย่เหวย แล้วหัวเราะดังอย่างลำพอง ” เจ้าคิดว่าขดม้วนเซียนระดับกลางจะสามารถมาต่อกรกับข้าได้? น่าหัวเราะสิ้นดี! ขดม้วนเซียนก็ดี ถัฐิมิลักขะก็ช่าง ต่างก็เป็นแค่ตัวช่วย มีพลังถึงเรียกว่ารากฐาน ก็ดี ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่าอะไรคือพลังที่แท้จริง! ”

 

จินเยี่ยนตะคอกเสียงดัง ทันใดนั้น ทั่วทั้งร่างของเขามีแสงสีทองปะทุขึ้นราวกับเป็นเมล็ดพันธฺ์ุ ในแสงสีทองสลัวมีอักขระเซียนเคลื่อนไหวอยู่ เขาไม่ได้ขยับตัวเลย แต่ทันใดนั้นเอง มีมีหมีสีทองทรงพลัง ที่มีขนสีทอง สูงถึงสองจ้วง ร่างกายแข็งแกร่งกำยำ ปรากฏตัวขึ้น.. พร้อมยกมือขึ้นจะฟาดไปทางเย่เหวย

 

” วิชาเทพเซียนขั้นสูง.ระดับวิญญาณ.ศาสตร์ต้องห้าม – หมีทองทรงพลัง! ” หงยวิน เซวหยาวและคนอื่นๆที่อยู่ด้านล่างต่างจ้องมองหมีสีทองตัวใหญ่ยักษ์นี้ สีหน้าจึงเคร่งเครียด

 

ร่ายวิชาเทพเซียนศาสตร์ต้องห้าม ร่ายกายจะต้องได้รับผลกระทบที่ย้อนแย้ง แต่จินเยี่ยนก็ยังหุนหันพลันแล่นร่ายวิชาเทพเซียนขั้นสูงระดับวิญญาณศาสตร์ต้องห้ามออกมา ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่สนใจอะไร

 

วิชาเทพเซียนศาสตร์ต้องห้ามมีแบ่งออกเป็นเข้มแข็งและอ่อนแอ พลังที่ย้อนแย้งก็แบ่งออกเป็นเข้มแข็งและอ่อนแอด้วยเช่นกัน หากความแข็งแกร่งของร่างกายและความแข็งแกร่งของทะเลจิตเพียงพอ ก็ไม่ต้องใส่ใจกับพลังย้อนแย้งของวิชาเทพเซียนศาสตร์ต้องห้ามก็ได้

 

จินเยี่ยนคือผู้ที่อยู่ในขอบเขตจอมยุทธ์สิบดาราขั้นสูงสุด ทั้งยังมีถัฐิมิลักขะสามดาวระดับกลาง อยู่ในมือ กล่าวได้ว่าเขาสามารถต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งอี้หยวนได้ ความแข็งแกร่งของทะเลจิตและความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาไม่ใช่พลังที่จอมยุทธ์สิบดาราทั่วไปจะเทียบได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะสามารถต้านพลังที่ย้อนแย้งของวิชาเทพเซียนศาสตร์ต้องห้ามได้ (จอมยุทธ์สิบดาราขั้นสูงสุด กำลังจะข้ามไปสู่ขอบเขตอี้หยวนนะเออ จึงต่างกับจอมยุทธ์สิบดาราทั่วไป เผื่องง)

 

” ไม่ดีแน่ อันตราย! ”

 

” เจ้าหนูนั่นต้านไม่ไหวแน่! ”

 

” เขามีบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้! ”

 

” จินเยี่ยนช่างน่าขายหน้าเสียจริง เป็นถึงจอมยุทธสิบดาราขั้นสูงสุด แต่ร่ายวิชาเทพเซียนศาสตร์ต้องห้ามมาจัดการหนุมน้อยที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนเท่านั้น! ”

 

” รีบไปช่วยเขา! ”

 

เห็นได้ชัดว่าจอมยุทธ์เหล่านี้อยู่ฝั่งเดียวกับเย่เหวย อีกอย่าง พวกเขาได้ร่วมกันสาบานแล้ว หากอยู่ในเขตของหุบเขาเซว่อู่ พวกเขาจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และปกป้องซึ่งกันและกัน.. เย่เหวยเคยช่วยชีวิตของพวกเขาไว้ หากในตอนนี้ยังไม่ลงมือ ถึงสวรรค์จะไม่ลงโทษ พวกเขาก็ไม่อาจไปต่อได้

 

ถึงแม้จินเยี่ยนจะมีพลังแข็งแกร่ง แต่เขาไม่อาจรับมือกับคนมากมายถึงเพียงนี้ได้

 

” สารเลว! ”  ตามมาด้วยเสียงที่โกรธเกรี้ยวดังขึ้นจอมยุทธ์หลายร้อยคนต่างร่ายวิชาเทพเซียนออกมา เพื่อท้าชนกับจินเยี่ยนที่อยู่กลางอากาศ หงยวินและคนอื่นๆที่มีการพัฒนาเกินกว่าขอบเขตจอมยุทธเจ็ดดารา ต่างลอยตัวขึ้นกลางอากาศ มาอยู่ข้างๆเย่เหวย

 

” วิชาเทพเซียนขั้นกลาง.ระดับวิญญาณ – ฝนดาบเยือกแข็ง! ”

 

” วิชาเทพเซียนขั้นกลาง.ระดับวิญญาณ – หมัดศิลา! ”

 

” วิชาเทพเซียนขั้นสูง.ระดับวิญญาณ – หมาป่าเพลิงสังหาร! ” อักขระเซียนนับไม่ถ้วน ทั้งกระบี่น้ำแข็ง หินอุกกาบาต สัตว์อสูรหลากหลาย ทั้งหมดต่างมุ่งไปฆ่าหมีทองทรงพลังที่ทั่วทั้งร่างทอแสงสีทอง

 

ตู้ม ! ตู้ม ! ตู้ม !ตู้ม !

 

ถึงแม้วิชาเทพเซียนเหล่านี้จะไม่แข็งแกร่งมักนัก แต่จำนวนเยอะเกินไป จอมยุทธหลายร้อยคนต่างร่วมมือกันร่ายวิชาเทพเซียนออกมา ต่อให้เป็นวิชาเทพเซียนขั้นสูงระดับวิญญาณศาสตร์ต้องห้ามก็ต้านไม่อยู่ พริบตาเดียว หมีทองทรงพลังตัวนั้นก็ถูกกลืนกินจนสิ้น

 

เมื่อเห็นวิชาเทพเซียนลอยมาเต็มท้องฟ้า จินเยี่ยนจึงไม่กล้าร่ายอีก ใบหน้าตกอกตกใจ รีบถอยไปด้านหลัง ถือปืนทองอย่างระแวดระวัง เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดจอมยุทธ์เหล่านี้จึงร่วมมือกันมาจัดการเขา

 

” น้องชาย เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ” หงยวินที่อยู่ข้างหน้าเย่เหวย ตบไหล่เย่เหวย แล้วมองไปทางจินเยี่ยนที่มีสีหน้าแข็งกร้าวทางฝั่งตรงข้าม สายตามีความแน่วแน่

 

” ขอบคุณพวกท่าน! ” เย่เหวยพูดอย่างขอบคุณ หากหงยวินและคนอื่นๆไม่ลงมือละก็ เกรงว่า ตัวเขาเองจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่น่ากลัว

 

” ฮ่าฮ่าฮ่า น้องชาย อย่าลืมสิว่าพวกเราสาบานกันแล้ว มีคนที่จะลงมือกับเจ้า พวกข้าจะทำเป็นไม่สนใจได้อย่างไร! ” หงยยินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

 

ใบหน้าของจินเยี่ยนดูอึมครึม ปืนทองที่อยู่ในมือหันไปทางหงยวิน พูดอย่างเยือกเย็น ” ไสหัวไปให้พ้นข้า ไม่เช่นนั้น ก็อย่าถือโทษที่ข้าต้องลงมือ! ”

 

ต่อหน้าจอมยุทธ์ที่มากมายถึงเพียงนี้ จินเยี่ยนยังคงแสดงท่าทางเหนือกว่า พูดอย่างหยิ่งผยองสุดขีด

 

เหล่าจอมยุทธ์หลายร้อยคนที่อยู่ข้างล่างจึงเริ่มก่อกวน

 

” เหอะเหอะ จอมยุทธ์สิบดารา ช่างเยี่ยมยอดนัก พอดีเลย ข้าพึงจะแบ่งขดม้วนเซียนขั้นสูงระดับวิญญาณมาได้หลายแผ่น อยากจะลองทดสอบดูว่าขดม้วนเซียนเหล่านี้ของจริงหรือของปลอม! ”

 

” ถัฐิมิลักขะระดับล่างของข้าชิ้นนี้ก็ไม่รู้ว่ามีวิชาเทพเซียนอะไรอยู่ด้านใน อยากจะลองดูจริงๆ! ” จอมยุทธหลายร้อยคนมีจำนวนไม่น้อยที่อยากจะวัดฝีมือกับจินเยี่ยน มีบางคนนำขดม้วนเซียนออกมา อีกบางส่วนนำถัฐิมิลักขะระดับล่างออกมา แต่ละคนต่างจ้องมองจินเยี่ยนราวกับเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ หากมีแนวโน้มว่าจะพูดกันไม่รู้ความก็ต้องลงมือ

 

หลังจากที่แบ่งสมบัติจากอักขระเซียนคลังอวกาศ จอมยุทธทุกคนเหล่านี้ได้สมบัติติดมือมาไม่น้อย!

 

จินเยี่ยนมองจอมยุทธ์หลายร้อยคนที่ขวางอยู่ดานหน้าของเย่เหวย แล้วมองถัฐิมิลักขะแต่ละชิ้นแต่ละชิ้น ขดม้วนเซียนแต่ละแผ่นที่อยู่ในมือของจอมยุทธเหล่านี้ สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความอึมครึม

 

ถึงจินเยี่ยนจะมีพลังแข็งแกร่ง แต่เขาเป็นเพียงจอมยุทธ์สิบดาราเท่านั้น สิบต่อหนึ่งยังไหว แต่จอมยุทธหลายร้อยที่มีขดม้วนเซียนและถัฐิมิลักขะ เขาจะทำเป็นไม่สนใจไม่ได้

 

ยกเว้นผู้แข็งแกร่งอี้หยวนจริงๆ.. นอกนั้น ไม่ว่าใครที่ต้องเจอกับกลุ่มคน ก็ต้องปวดหัวกันบ้าง

 

จอมยุทธ์หลายร้อยคนแต่ละคนต่างมีไพ่ในมือ นี่ก็น่ากลัวมากแล้ว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือคนเหล่านี้ต่างสาบานร่วมกัน ภายใต้การพันธนาการต่อคำสัตย์ของสวรรค์ จอมยุทธหลายร้อยคนนี้จึงเป็นเหมือนกับมีร่างกายเดียวกัน

 

เผชิญหน้ากับคนมากมายถึงเพียงนี้ แม้แต่จินเยี่ยนผู้หยิ่งผยองยังไม่กล้าเคลื่อนไหวง่ายๆ

 

หลินจื่อเหยียนถอยไปด้านหลัง มองผู้คนที่ขวางอยู่ด้านหน้าเย่เหวย ทั้งยังมีจอมยุทธที่ยืนอยู่ด้านล่าง จึงกระพริบตาอย่างประหลาดใจและตกใจ จอมยุทธจากหลากหลายที่ต่างยื่นมือมาช่วยเย่เหวย ไม่ลังเลที่จะเป็นศัตรูกับจินเยียน?

 

ไม่รู้ว่าช่วงเวลาสั้นๆนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นจอมยุทธ์หลายร้อยคนจึงได้ครอบครองถัฐิมิลักขะระดับล่าง มีบางคนมีขดม้วนเซียนหลากหลาย จินเยี่ยนคงไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวง่ายๆ จินจื่อเหยียนจึงโล่งใจสักนิด ที่เย่เหวยปลอดภัยหายห่วง

 

ในตอนที่หลินจื่อเหยียนมองเย่เหวยและคนอื่นๆพริบตานั้น โม่หยาคว้าโอกาสนี้ ขับเคลื่อนกระบี่สีเขียวขนาดใหญ่ ให้มาฆ่าหลินจื่อเหยียน

 

” ข้าไม่อยากลงมือกับพวกเจ้า แต่พวกเจ้าบังคับข้าเอง! ” หลินจื่อเหยียนยืนลอยอยู่กลางอากาศ ชุดพลิ้วไหวไปตามแรงลม ราวกับเทพธิดาที่ลงมาจากฟากฟ้า สายตาปรากฏเพลิงสีม่วง สองมืออยู่ที่ด้านหน้าของหน้าอกสร้างตราประทับมือที่ลึกลับ

 

ฮง!

 

ทันใดนั้น ร่างของหลินจื่อเหยียนปะทุแสงสีม่วงเจิดจ้า พลังลมปราณแผ่ไพศาล ในตอนที่กระบี่สีเขียวกำลังจะเฉือนร่างของตัวเอง นางจึงยื่นสองนิ้วเรียวยาวออกไป ทั้งสองนิ้วที่มีแสงสีม่วงห่อมหุ้มคีบปลายกระบี่ที่แหลมคมของกระบี่สีเขียว

 

นิ้วมือเรียวเล็กออกแรงมากขึ้น ตามเสียงที่ดังขึ้นชัดเจน กระบี่สีเขียวเล่มใหญ่นั้นจึงแตกดัง”แพร้ง” ปลายนิ้วของหลินจื่อเหยียนมีแสงสีม่วงรวมกัน ซัวซัวซัว แล้วยิงไปทางโม่หยา

 

พลังที่หลินจื่อเหยียนปล่อยออกมารวดเร็วมาก เร็วจนโม่หยาร่ายวิชาเทพเซียนไม่ทัน ภายใต้ความรีบเร่ง ดาบโบรานพุ่งมาที่อกของโม่หยาในแนวขวาง (แนวนอน)

 

ฮง!

 

บนดาบโบรานเล่มนั้นที่พุ่งไปที่อกโม่หยามีแสงสีม่วงที่หลินจื่อเหยียนเหลือไว้ ในวินาทีนั้น มันระเบิดพลังที่รุนแรง

 

ปัง!

 

พลังสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ ทำให้ร่างของโม่หยากระเด็นปลิวไปราวกีบว่าวที่สายป่านขาด กระเด็นไปหลายสิบเมตร โม่หยามีใบหน้าที่ซีดเล็กน้อยฝืนพยุงร่างกายให้มั่นคง

 

” เป็นพลังที่น่ากลัวจริงๆ! ” โม่หยาก้มหน้ามองระหว่างนิ้วของตนที่ฉีกออก บนใบหน้าที่หล่อเหล่ามีความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาเงยหน้ามองหลินจื่อเหยียน ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวั่นเกรง

 

พลังของหลินจื่อเหยียนแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด!

 

โม่หยาไม่ได้ลงมือลงอีกครั้ง เขารู้ซึ้งดี ต่อให้ตัวเองจะใช้วิชาเทพเซียนที่อยู่ในถัฐิมิลักขะสามดาวระดับกลาง เกรงว่าคงยากที่จะรับมือหลินจื่อเหยียนได้

 

โม่หยาถอยไปจนข้างจินเยี่ยน หลินจื่อเหยียนก็ยืนข้างเย่เหวย

 

เย่เหวย หลินจื่อเหยียน และจอมยุทธ์หลายร้อย ปะทะ จินเยี่ยน โม่หยา แค่สองคน อยู่อกลางอากาศ… บรรยากาศจึงเงียบงันอย่างน่าแปลกใจ!

 

” จะทำอย่างไร? ”

 

จินเยี่ยนมองฝั่งของเย่เหวยอย่างระมัดระวัง ขมวดคิ้ว แล้วถามจินเยี่ยน

 

โม่หยาทำอะไรหลินจื่อเหยียนไม่ได้เลย ตัวเองก็ไม่กล้าลงมือกับเย่เหวยและคนอื่นๆ หรือจะต้องยอมแพ้จากยาตันอี้หยวนไปง่ายๆ?

 

” หลินจื่อเหยียน ข้าไม่อาจวางมือจากยาตันอี้หยวนง่ายๆ! เจ้าลองเสนอมา หากไม่เกินไป จะจะยอมทำตาม! ” หลังจากที่โม่หยาลังเลอยู่สักพัก จึงเงยหน้ามองหลินจื่อเหยียน ไม่อาจยอมแพ้จากยาตันอี้หยวนได้จริงๆ ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เขาก็ต้องได้ยาตันอี้หยวนมา

ออกความคิดเห็น

error: Content is protected !!