อักขระสู่วิถีเซียน

ตอนที่ 90 เทวสถานจักรพรรดิปิง

แสงสีฟ้าและแสงสีเขียวผสานกัน อักขระเซียนที่อยู่ภายในใช้วิธีการที่เร้นลับแล้วรวมเข้าด้วยกัน  ในแสงสีฟ้านับหมื่นล้านเส้นนี้มีภาพมายาเทวสถานที่กว้างใหญ่มโหฬารปรากฏขึ้นกลางอากาศ

 

ซัว!

 

ศิลาจารึกครึ่งแผ่นที่ลอยอยู่กลางอากาศรวมเข้าด้วนกันกับเทวสถาน ทำให้ภาพมายาเทวสถานที่กว้างใหญ่มโหฬารค่อยๆดูมีมิติ สักพัก เทวสถานขยายใหญ่ขึ้นกว่าภูเขาสูงตั้งตระหง่านอยู่เหนือหุบเหวสีดำ

 

ในตอนที่เทวสถานปรากฏ พลังกดดันที่ไร้ขอบเขตแผ่ปกคลุมทั่วทั้งโลก จากด้านบนของเทวสถานปรากฏเสาแสงสีน้ำเงินประกายเขียวต้นหนึ่ง

 

ตู้ม !

 

เสาแสงสีฟ้าประกายเขียวทะลวงผ่านหมอกควันสีดำลงมา ตรงเขาไปโจมตีบนร่างของมังกรตัวนั้น พลังอันน่าสะพรึงเอ่อล้นออกมา ทำให้มังกรตัวนั้นราวกับถูกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตกลงมาจากเส้นขอบฟ้าชนโครม ยังไม่ได้ส่งเสียงร้อง ก็ถูกโจมตีดันตกลงไปยังก้นบึ้งของหุบเหว

 

เวิงเวิงเวิง!

 

เทวสถานที่ทอแสงสีฟ้าประกายเขียวตั้งสูงตระหง่านเหนือหุบเหว ปล่อยพลังต่อสู้ที่ดูอ่อนล้า ภายใต้การหยุดยั้งของเทวสถาน หุบเหวขุมนรกที่ขยายยาวตรงไปเกินสิบเมตรค่อยๆหดลงด้วยความเร็วที่ตามองเห็น จนกลายเป็นเงาสีดำและจมหายไปในพื้นดิน

 

สัตว์อสูรน่ากลัวที่แอบซ่อนอยู่ในป่าทึบ การปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันของหุบเหวนรก เทวสถานมโหฬารที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ .. การเปลี่ยนเเปลงที่ประหลาดติดต่อกัน เหมือนกับเป็นค้อนที่หนักอึ้ง ทุบบนหน้าอกของเย่เหวย ทำให้เย่เหวยยืนอึ้งตะลึงงันอย่างเนิ่นนาน

 

” ฮู – – ”

 

เย่เหวยค่อยค่อยถอนลมหายใจ เงยหน้ามองเทวสถานที่ใหญ่โตมโหฬารอยู่กลางอากาศ บนใบหน้าเผยให้เห็นความตื่นตระหนกตกใจ ยากที่จะจินตนาการได้ว่าต้องใช้พลังที่มากมายมหาศาลเพียงใด จึงจะสามารถสร้างเทวสถานที่ใหญ่โตกว้างขวางถึงเพียงนี้

 

เวิงเวิงเวิง!

 

ในตอนนี้ โพลงช่องว่างสั่นขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้น ช่องว่างที่ไม่มีอะไรเลยมีพลังลึกลับทะลวงผ่านมา จากนั้น หงยวิน เซวหยาว และจอมยุทธ์หลายร้อยคนหล่นลงมาจากกลางอากาศ

 

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

 

ทุกคนที่โผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ตกถึงพื้นอย่างจัง ต่างส่งเสียงร้องโอดโอย มีเพียงหงยวินและเซวหยาวสองคนที่ด้านหลังมีปีกพลังหยวน จึงสามารถบังคับร่างกายให้มั่นคงได้

 

” น้องชาย! ”

 

” น้องชาย! ” หงยวินและเซวหยาวเห็นเย่เหวยที่ท่าทางที่ตะลึงงันของเย่เวย กระพือปีกพลังหยวน บินลงมาข้างๆเย่เหวย

 

” หืม? ” เเย่เหวยราวกับไม่ได้ยินที่ทั้งสองคนเรียก ยังคงยืนตกตะลึงจ้องมองโพลงช่องว่าง หงยวินและเซวหยาวจึงหันไปมองตาม

 

หลังจากที่เห็นเทวสถานหรูหราที่ใหญ่โตมโหฬารกลางอากาศ หงยวินและเซวเยาวต่างอึ้ง สายตาหลุกหลิก ใบหน้าเผยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด

 

” นี่มัน.. นี่มันเทวสถานจักรพรรดิปิงที่กล่าวขานกันมา ? เป็นสถานที่ที่สืบทอดกันมาจริงๆ? ” หงยวินและเซวหยาวต่างมองหน้ากัน ทั้งสองต่างมองเห็นความตื่นเต้นดีใจของกันและกัน

 

” เทวสถานจักรพรรดิปิง? ” เมื่อได้ยินดังนี้ เย่เหวยจึงดึงสติกลับมา พร้อมทั้งดึงสายตาหันหัวกลับไปมองหงยวินและเซวหยาว จึงมองเห็นสีหน้าที่ตกใจของคนทั้งสอง บนใบหน้าเรียวเล็กของเย่เหวยจึงสื่อออกมาว่ากำลังสงสัย

 

หงยวิน เซวหยาว ทั้งสองคนจะต้องรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้

 

” นี่คือ…… ”

 

” เป็นเทวสถานที่มโหฬาร! ”

 

” พระเจ้า นี่มันที่ไหนกันนี่? ” ในตอนนี้ ผู้คนที่พึ่งจะตกลงถึงพื้นดิน ต่างก็ลุกขึ้นมา แล้วมองไปยังเทวสถานที่อยู่กลางอากาศนั้น แต่ละคนต่างร้องเสียงหลง

 

” ไม่ผิดแน่ ที่นี่ต้องเป็นสุสานจักรพรรดิปิงที่ล่ำลือกันมาอย่างไม่ต้องสงสัย! ” หงยวินกำหมัดแน่น แล้วจ้องมองเทวสถาน สายตาเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน

 

” อืม! ”

 

ใบหน้าเรียวสวยของเซวหยาวแดงระเรื่ออย่างไม่เคยมีมาก่อน นางพยักหน้าอย่างตื่นเต้น

 

” เทวสถานจักรพรรดิปิง สุสานจักรพรรดิปิง? ” เย่เหวยขมวดคิ้วเบาๆ สายตาเต็มไปด้วยคำถามจ้องมองเซวหยาวที่มีใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น

 

” น้องชายมาที่นี่ เพราะมีเป้าหมายคือ สุสานของจักรพรรดิปิง? ” เซวหยาวละสายตาจากเทวสถานจีกรพรรดิปิง แล้วมองเย่เหวยที่มีท่าทีสงสัย จึงหัวเราะเบาๆแล้วพูดออกมา

 

” จักรพรรดิปิงคือ……. ” เย่เหวยขมวดคิ้วอีกครั้ง เขาไม่รู้จริงๆว่าอะไรคือสุสานจักรพรรดิปิง อะไรคือเทวสถานจักรพรรดิปิง .. ในตอนที่เย่เหวยเอ่ยปากถามออกมา ก็ได้ยินเสียงคำรามของเพลิงพิโรธดังขึ้นมาแต่ไกล

 

” หลินจื่อเหยียน ส่ง’ยาตันอี้หยวน’มาซะ! ” จินเยี่ยนที่ถือปืนทอง สายตามีเส้นเลือดผุดจ้องมองหลินจื่อเหยียนที่ยืนอย่างเฉยเมยกลางอากาศ

 

” หลินจื่อเหยียน เจ้าทำเกินไป ยาตันอี้หยวนสิบเม็ด เจ้าเพียงผู้เดียวไม่อาจกินได้! ” โม่หยายืนอยู่บนกระบี่ ผมยาวสลวยพลิ้วไปกับสายลม เขาจ้องมองหลินจื่อเหยียน แล้วตะโกนออกมา

 

หลินจื่อเหยียนเยื้องย่างอยู่กลางอากาศ  ดวงตาที่มีแสงสีม่วงประกาย จ้องมองจินเยี่ยนและโม่หยาอย่างเฉยเมย

 

หลินจือเหยียนไม่ได้พูดโต้ตอบพวกเขา แต่ใช้การกระทำเพื่อแสงท่าทีของตัวเอง นางนำขวดหยกที่มียาตันอี้หยวนสิบเม็ดใส่ลงไปในหีบห่อเอกภพ

 

” ข้าขอเพียงยาตันสามเม็ด หลินจื่อเหยียน อย่าบังคับให้ข้าต้องลงมือ! ” เมื่อเห็นหลินจื่อเหยียนนำยาตันอี้หยวนใส่ลงไปในหีบห่อเกภพ สีหน้าของจินเยี่ยนจึงถมึงทึงขึ้นมาในทัน ดวงตาที่มีเส้นเลือด จ้องตรงไปที่หลินจื่อเหยียน ราวกับปีศาจสงครามที่พร้อมจะกวาดล้างทุกอย่าง

 

” สามเม็ด! ”

 

โม่หยาจ้องมองหลินจื่อเหยียน แล้วยื่นนิ้วออกไปสามนิ้ว ชุดพลิ้วไหวแม้ไม่มีลมพัดผ่าน เกิดฝุ่นคละคลุ้ง

 

” นั่น จินเยี่ยน โม่หยา และยังมีคนจากตระกูลนั้น! ” เมือมองร่างของทั้งสามคนที่ยืนอย่างเย่อหยิ่งไกลออกไป.. ใบหน้าของทุกคนเผยให้เห็นถึงความเลื่อมใส

 

” ยาตันอี้หยวน พวกเขาพบยาตันระดับสูงถึงเพียงนี้! ” เมื่อหงยวินเห็นจินเยี่ยน โม่หยา และหลินจื่อเหยียน สีหน้าเขาจึงเปลี่ยน ในดวงตาเผยให้เห็นความอิจฉา

 

” คนจากตระกูลนั้น ใม่แสดงวิธีปกติที่คนอื่นเขาทำกัน.. ดูนางสิ การพัฒนาไม่สูง แต่กลับยืนต่อหน้าโม่หยาและจินเยี่ยนอย่างเด็ดเดี่ยว ทั้งยังชิงยาตันอี้หยวน! ”

 

” ยาตันอี้หยวนหนึ่งเม็ดเป็นตัวแทนของผู้แข็งแกร่งอี้หยวนหนึ่งท่าน ก็ไม่แปลกใจ ที่จินเยี่ยนและโม่หยาจะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง! ” เมื่อเซวหยาวได้ยินคำว่ายาตันอี้หยวน เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแรงปรารถนาแรงกล้าที่ปิดไม่มิด

 

ระหว่างขอบเขตจอมยุทธ์และขอบเขตอี้หยวนจะมีกำแพงธรรมชาติมาแบ่งแยกไว้ ตั้งแต่โบรานมา ไม่รู้ว่ามีจอมยุทธสิบดารามากมายเพียงใด ที่ถูกกำแพงธรรมชาตินี้ขัดขวางเส้นทางต่อ จึงต้องหยุดอยู่แค่ขอบเขตจอมยุทธตลอดไป

 

ในตอนที่ขอบเขตจอมยุทธ์จะทลายสู่ขอบเขตอี้หยวน จิตมารจะน่ากลัวมาก หากไม่สามารถต้านทานจิตมารได้ ก็จะไม่มีทางกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอี้หยวนตลอดกาล!

 

อย่างจอมยุทธสิบดาราในเมืองชิงเยว่มีอย่างน้อยๆหลายพันคน แต่มีผู้แข็งแกร่งอี้หยวนน้อยมากจนนับได้แค่มือเดียว จึงไม่ยากเลยที่จะเห็นความยากของการทลายสู่ขอบเขตอี้หยวน

 

แต่หากมียาตันอี้หยวน สถานการณ์ก็จะต่างกัน เมื่อกลืนยาตันอี้หยวนเข้าไป จะมีมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะต้านทานจิตมาร และก้าวสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นคือ ขอบเขตอี้หยวน!

 

จินเยี่ยนและโม่หยา เป็นจอมยุทธ์สิบดาราระดับสูงสุด มีคุณสมบัติที่จะมุ่งสู่ขอบเขตอี้หยวน แต่เพราะพวกเขาไม่มีความหวังที่จะต้านทานจิตมาร พวกเขาจึงยังไม่กล้าทลาย

 

ดังนั้น ความหวังที่แรงกล้าต่อยาตันอี้หยวนของจินเยี่ยน และโม่หยา จึงมีมากมายจนไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้!

 

หลังจากผ่านตราลักษณ์เคลื่อนย้ายช่องว่างเข้าสู่ดินแดนลึกลับ ก็พบเจอยาตันอี้หยวน จินเยี่ยนและโม่หยาจึงตื่นเต้นอย่างมาก แค่นึกว่าตัวเองจะได้ทลายสู่ขอบเขตอี้หยวน ความตื่นเต้นดีใจในหัวใจก็เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า แต่พวกเขาไม่ทันคิด ว่าการเคลื่อนไหวของหลินจื่อเหยียนจะไวกว่าพวกเขา

 

จินเยี่ยนและโม่หยาจะยอมให้หลินจื่อเหยียนได้ยาตันอี้หยวนไปทั้งหมดอย่างง่ายดาย? หากเป็นสมบัติอื่นๆคงไม่ว่ากัน เพราะขุมพลังน่าสะพรึงที่อยู่เบื้องหลังของหลินจื่อเหยียน พวกเขาจึงยอมได้

 

แต่กับยาตันอี้หยวน พวกเขาทั้งสองต่างอยากเอาชนะ จะยอมแพ้ไม่ได้!

 

” ยาตันอี้หยวนมีทั้งหมดสิบเม็ด จินเยี่ยนสามเม็ด ข้าสามเม็ด เจ้ายังคงเหลืออยู่สี่เม็ด ข้าเคารพตระกูลของเจ้ามาก อย่าให้ข้าต้องลงมือเลย อย่างที่จินเยี่ยนพึ่งจะกล่าวไป สำหรับพวกข้าในตอนนี้ ไม่มีสมบัติใดมีค่าไปกว่ายาตันอี้หยวน! ” โม่หยายกมือคำนับหลินจื่อเหยียนอย่างสุภาพ แต่น้ำเสียงกลับแข็งกร้าว

 

” ยาตันอี้หยวนนี้ข้าได้ก่อน! ” หลินจื่อเหยียนขมวดคิ้ว ” เหตุใดข้าจะต้องแบ่งให้เจ้า? พวกเจ้าอยากจะมุ่งสู่ขอบเขตอี้หยวน หนึ่งคนหนึ่งเม็ดก็เพียงพอแล้ว ยังต้องการสามเม็ดต่อหนึ่งคน ไม่ละโมบไปหน่อยหรือ? ” น้ำเสียงที่ก้องกังวานดังก้องในโพรงช่องว่าง แต่อารมณ์กลับมั่นคงไม่หวั่นไหวสักนิด

 

” ยาตันอี้หยวนหนึ่งเม็ดไม่ได้มีความหวังร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะทลายขอบเขตอี้หยวน! ” จินเยี่ยนที่อยู่ข้างๆสบถหึ

 

” ข้าก้าวข้ามสู่ขอบเขตจอมยุทธมาเป็นปีแล้ว สำหรับข้าในตอนนี้ ไม่มีสมบัติใดเทียบได้กับยาตันอี้หยวน จะไม่เปลี่ยนความตั้งใจ ไม่มีสิ่งใดที่ข้า’จินเยี่ยนต้องการ แล้วไม่เคยได้! ” จินเยี่ยนพยุงไรเฟิลสีทอง ยืนอยู่ที่โพลงช่องว่างอย่างพร้อมรบ เขามองหลินจื่อเหยียนอย่างเย็นชา น้ำเสียงโอหังสุดขีด  ” เจ้าเป็นคนของตระกูลนั้น แต่การพัฒนาก็ใกล้เคียงกับพวกข้า คงจะไม่ใช่บุตรหลานเชื้อสายตรง .. อยากจะขัดขวางพวกข้า ช่างไม่ดูความสามารถของตัวเอง ”

 

” ยาตันอี้หยวนทั้งสิบเม็ดนี้ข้าต้องใช้ คงไม่อาจให้พวกเจ้าได้ ” หลินจื่อเหยียนส่ายหัว สายตาของนางมองไปเบื้องล่าง เมื่อเห็นเย่เหวย ในดวงตาเผยความดีใจและความสงสัย นางไม่คิดว่าเย่เหวยจะไม่ฟังคำพูดที่นางบอกให้ออกไปจากหุบเขาเซว่อู่ แล้วยังเดินทางมาถึงที่นี่เช่นเดียวกับนาว

 

ในอนาคต ไม่ว่าจะนางหรือเย่เหวย ต่างก็อยากทลายขอบเขตอี้หยวน จึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาตันอี้หยวน นี่คือเหตุผลที่นางต้องปฏิเสธ

 

” ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าโม่หยาคงต้องบังอาจล่วงเกิน! ” โม่หยาเลิกคิ้วที่ดกดำ ค่อยๆยื่นนิ้วมือออกมา ปลายนิ้วส่องแสง แล้วสร้างโครงร่างอักขระเซียนหลายร้อยวิถี

 

พลังหยวนสีเงินไหลวนระหว่างอักขระเซียน อักขระเซียนเกินร้อยวิถีเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่ง กระบี่สีเขียวขนาดหลายจ้วงปรากฏขึ้นทันที ปลายกระบี่ชี้ไปทางหลินจื่อเหยียน

 

” หึ! ”

 

จินเยี่ยนสบถ ย่างเท้าอยู่ในโพรงว่างเปล่า ยกไรเฟิลสีทองขึ้นมา ชี้ไปทางหลินจื่อเหยียน

 

” จินเยี่ยน คู่มือของเจ้าคือข้า! ” ในตอนนี้ เย่เหวยที่ยืนอยู่ด้านล่างได้ฉีกขดม้วนเซียนหนึ่งแผ่นทันที อักขระเซียนที่ใช้เลือดปีศาจเขียนถูกรวมกันที่ด้านหลังของเย่เหวย ก่อรูปกลายเป็นปีกโปร่งแสงคู่

 

กระพือปีก ร่างของเย่เหวยกลายเป็นแสงสว่าง พุ่งขึ้นมากลางอากาศ มายืนกันที่ด้านหน้าของหลืนจื่อเหยียน

 

ถึงแม้พลังของหลินจื่อเหยียนจะทรงพลัง แต่หากต้องต่อสู้กับจอมยุทธ์สิบดาราทีเดียวกันถึงสองคน คงเป็นเรื่องที่ลำบาก ทำได้เพียงใช้วิชาเทพเซียนหลบหนี

 

เมื่อเห็นหลินจื่อเหยียนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ เย่เหวยจึงลงมืออย่างทนไม่ได้ เขามีขดม้วนเซียนระดับลึกลับมากมาย การจะขวางจินเยี่ยนจึงไม่เป็นปัญหา…

ออกความคิดเห็น

error: Content is protected !!