อักขระสู่วิถีเซียน

ตอนที่ 89 ขุมนรก

ภายใต้พันธนาการสองทางที่แข็งแกร่งของออร่าอรูปและเถาวัลย์สีดำ และการโจมตีที่รุนแรงของจันท์คำรามหมาป่าป่าเดียวดาย ในที่สุดก็สามารถวิชาเทพเซียนขั้นต่ำ’ระดับลึกลับ ศาสตร์ต้องห้าม – – วงแหวนกระบี่สุริยันไว้ได้!

 

นี่เป็นเพราะไม่มีผู้ใดคอยควบคุมวงแหวนกระบี่สุริยัน หากมีคนคอยควบคุมอยู่ละก็ ต่อให้มีการพันธนาการของออร่าไร้รูป หรือแม้แต่ฉีกขดม้วนเซียนระดับกลางสองแผ่น เกรงว่าเย่เหวยคงไม่อาจต้านทานวงแหวนกระบี่สุริยันได้อยู่

 

วิชาเทพเซียนขั้นต่ำ’ระดับลึกลับ ศาสตร์ต้องห้าม แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!

 

เมื่อมองออร่าอรูปที่ยังไม่หายไป เย่เหวยจึงรีบดึงกริชยาวสีเลือดออกมา แม่น้ำสีเลือดที่ยาวไม่สิ้นสุดปรากฏขึ้น

 

” วิชาเทพเซียนขั้นต่ำ’ระดับลึกลับ ศาสตร์สูงสุด – – ธารกริชสีเลือด!”

 

เห็นได้ชัดว่าพลังของกริซยาวสีเลือดไม่เท่ากับกระบี่ยาวสามนิ้วด้ามนั้น

 

ธารน้ำสีเลือดที่ปรากฏ ถูกออร่าอรูปของจารึกโลหะทำให้หยุดนิ่งกลางอากาศ ราวกับถูกแช่แข็งไว้

 

” อาววู! ” ในตอนที่เย่เหวยถอนหายใจอย่างโล่งอก ไกลออกไป สัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในป่าทึบตัวนั้น  ราวกับว่ามันถูกรบกวนโดยคลื่นการต่อสู้ของที่นี่

 

เสียงคำรามนั้น ราวกับเสียงฟ้าผ่า ในบึงสั่นจนคลื่นน้ำพลิกไปมา แม้แต่เขาเล็กๆยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลิ่นไอที่น่ากลัวเกินกว่าขอบเขตของอี้หยวนแผ่ออกมารุนแรง ทำให้สีหน้าของเย่เหวยไม่สู้ดีนัก

 

จนถึงปัจจุบัน ผู้แข็งแกร่งที่สุดที่เย่เหวยเคยพบเจอคือปรมาจารย์อี้ ปรมาจารย์อี้เป็นผู้แข็งแกร่งขอบเขตอี้หยวนสิบดาว แต่คลื่นพลังที่หลบซ่อนอยู่ในป่าทึบนั้น มีพลังที่กดดันเย่เหวยรุนแรงกว่าของปรมาจารย์อี้

 

” ซวยแล้ว! ” สีหน้าของเย่เหวยเปลี่ยนเป็นซีดขาว เหงื่อเท่าเม็ดถั่วเขียวไหลตกลงมาจากหน้าผาก เย่เหวยรู้สึกได้ว่า ในป่าทึบนั้น ราวกับมีดวงตาที่เลือดเย็นกำลังจ้องมองตัวเองอยู่!

 

เย่เหวยกลั้นหายใจ และไม่ขยับตัว เขากลัวว่า เพราะการเลื่อนไหวของเขา ทำให้ไปรบกวนสัตว์อสูรที่น่ากลัวตนนั้น จากนั้นไม่นาน เย่เหวยรู้สึกว่าสายตาเลือดเย็นที่จ้องมองตัวเองอยู่ค่อยๆหยุดมองไป ในที่สุด พลังกดดันมหาศาลที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ก็หายไปราวกับคลื่นน้ำที่พัดผ่านไป

 

” ฮู — ” ในตอนนี้ เย่เหวยพึ่งจะวางใจจึงหายใจยาวๆอย่างระมัดระวัง และมองไปทางป่าทึบนั้น สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ลมแรงๆพัดมา เสียงสันหลังวาบ

 

ในใจเป็นกังวล แต่โชคดีที่สัตว์อสูรตนนั้นไม่ออกมาจากป่าทึบ ไม่อย่างนั้นคงยากที่จะหลบหนี กลิ่นไอที่สัตว์อสูรตนนั้นปล่อยออกมาน่ากลัวเกินไป ถึงจะใช้ขดม้วนเซียนระดับกลางที่อยู่ในมือคงจะต้านทานไว้ไม่อยู่

 

” ไม่ควรจะอยู่ที่นี่นานนาน! ” เย่เหวยมองธารน้ำยาวสีเลือดที่หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าปล่อยเวลาให้ผ่านไปนาน จึงรีบฉีกขดม้วนเซียนระดับกลางแผ่นหนึ่ง

 

เวิงเวิงเวิง!

 

อักขระเซียนหลานร้อยวิถีเรียงรายออกมา อักขระเซียนเคลื่อนไหวมารวมกัน เกิดเป็นปืนพกสีม่วงส่องสว่าง เย่เหวยขับเคลื่อนปืนพกให้พุ่งไปทางสายน้ำยาวสีเลือดที่ลอยแน่นิ่งอยู่กลางอากาศ

 

พูชึ!

 

ปืนพกสีม่วงพุ่งกลับไปกลับมาในแม่น้ำยาวสีเลือด ทำให้แม่น้ำยาวสีเลือดดูยุ่งเหยิง สักพัก ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ ปืนพกและธารน้ำสีเลือดบดขยี้พร้อมกัน ราวกับว่าจารึกโลหะเเผ่นนั้นสูญเสียพลัง จึงตกลงมาจากกลางอากาศ

 

ซวบ!

 

เย่เหวยยื่นมือไปคว้าจารึกโลหะไว้ จากนั้นก็รีบมุ่งไปที่กริชยาวสีเลือด และกระบี่โบราญสามฟุต

 

” ถัฐิมิลักขะสี่ดาว’ระดับกลาง! ” เย่เหวยหยิบกริชยาวสีเลือด รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังเต็มเปี่ยมที่อยู่ภายในของกริซยาวสีเลือด ใบหน้าจึงเผยความดีใจที่ปิดไม่มิด

 

”  ถัฐิมิลักขะสี่ดาวระดับกลางหนึ่งชิ้น หากให้ท่านปู่ที่เป็นผู้แข็งแกร่งอี้หยวนสามดาราเป็นผู้ใช้ละก็ จะต้องสามารถยับยั้งกับผู้แข็งแกร่งอี้หยวนเจ็ดดาราได้ อีกทั้งยังสามารถต่อกรกับผู้แข็งแกร่งอี้หยวนแปดดาราได้อีก! ” ตระกูลเย่เป็นรากฐานของเย่เหวย จึงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงคนในตระกูลของตัวเอง

 

การประลองก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะตู้หยวนหมิงแห่งตระกูลตู้มีขดม้วนเซียนระดับกลางอยู่ในมือถึงสามแผ่นละก็ ตระกูลเย่คงใช้ถัฐิมิลักขะสามดาวระดับกลางชิ้นนั้น หยุดยั้งตู้หยวนหมิงและอีกสองคนได้

 

” กระบี่โบราณด้ามนี้….. ” เย่เหวยเก็บกริชยาวสีเลือดไว้ แล้วหยิบกระบี่โบรานสามฟุตขึ้นมา วิชาเทพเซียนที่อยู่ภายในคือ วิชาเทพเซียนขั้นต่ำ’ระดับลึกลับ ศาสตร์ต้องห้าม

 

ถัฐิมิลักขะที่มีวิชาเทพเซียนขั้นต่ำ’ระดับลึกลับ ศาสตร์ต้องห้ามอยู่ภายใน ควรจะเป็นถัฐิมิลักขะห้าดาวระดับกลาง!

 

” ถัฐิมิลักขะห้าดาวระดับกลาง! ” ฝ่ามือของเย่เหวยค่อยๆลูบบนตัวกระบี่ที่เต็มไปด้วยอักขระดวงดาว ในดวงตามีประกายแห่งความตื่นเต้น

 

” วิชาเทพเซียนที่อยู่ภายในกระบี่โบรานสามนิ้วคือวิชาเทพเซียนขั้นต่ำ’ระดับลึกลับ ศาสตร์ต้องห้าม.. ร่ายหนึ่งครั้ง จะสิ้นเปลืองพลังหยวนอย่างน่ากลัว แม้แต่ท่านปู่ที่แข็งแกร่งที่สุด เกรงว่าจะไม่อาจทนรับได้! ” เย่เหวยเก็บกระบี่โบรานสามฟุต พูดพึมพำกับตัวเอง

 

” แค่มีถัฐิมิลักขะสามดาว สี่ดาว ระดับกลาง ก็ไม่เป็นไรแล้ว.. มีความเมตตาจากปรมาจารย์อี้ คงจะไม่มีผู้ใดกล้าระรานตระกูลเย่อีก แต่ถัฐิมิลักขะห้าดาวระดับกลางจะให้เล็ดลอดออกไปไม่ได้ สมบัติล้ำค่าระดับนี้ เกรงว่าแม้แต่ท่านเจ้าเมืองยังมีใจริษยา! ”

 

เย่เหวยนำถัฐิมิลักขะทั้งสองชิ้นใส่ลงไปในหีบห่อเอกภพ เมื่อรวมกับสมบัติมากมายที่ได้จากอักขระเซียนคลังอวกาศ ตอนนี้เย่เหวยจึงมั่งมีศรีสุข บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

การเดินทางในหุบเขาเซว่อู่ ได้ผลตอบแทนมามากมาย เกินกว่าที่เย่เหวยคาดการณ์ไว้เยอะมาก ไม่เพียงได้สิ่งที่ต้องการที่สุด’หญ้าวิญญาณแห่งสวรรค์ ยังได้ถัฐิมิลักขะระดับกลางถึงหกชิ้น ขดม้วนเซียนระดับกลางอีกสามสิบกว่าใบ ยาตัน พืชสมุนไพร วิชาเทพเซียน วิชายุทธ์ มูลค่านับไม่ถ้วน!

 

” ต้องรีบออกไปจากที่นี่ไวไว ” เย่เหวยมองป่าทึบไกลไกลอย่างหวั่นเกรง ไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป ทำตัวเบา แล้วร่างกลายเป็นเงา ย่างไปบนบึงใหญ่ ออกจากเกาะเล็กที่อยู่กลางบึง

 

การพัฒนาของเย่เหวยถึงขอบเขตผู้ฝึกตนเจ็ดดาราแล้ว อีกทั้ง พลังที่แท้จริงยังเทียบได้กับผู้ฝึกตนเก้าดาราทั่วไป จึงสามารถเดินบนผืนน้ำได้

 

เย่เหวยพุ่งไปข้างนอกบึงจึงไม่ทันได้สังเกต ว่าในตอนที่เขานำกริชยาวสีเลือด กระบี่โบรานสามฟุต ศิลาจารึกครึ่งแผ่นนั้นสั่นขึ้นเล็กน้อย บนศิลาจารึกปรากฏอักขระเซียนทันที

 

เวิงเวิงเวิง!

 

ตู้ม !

 

ในตอนที่เย่เหวยข้ามผ่านบึงใหญ่  ด้านหลังของเขาเกิดเสียงมหึมาดังมาขึ้นทันที เสียงระเบิดตูมราวฟ้าผ่าดังสะท้อนเข้ามาในหู สั่นสะเทือนจนแสบแก้วหู เย่เหวยมีสีหน้าตื่นตกใจ มองไปทางเกาะเล็กๆที่อยู่กลางบึงนั่น

 

ศิลาจารึกครึ่งแผ่นนั้นสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามเสียงระเบิดที่ดังขึ้นราวฟ้าผ่า ศิลาจารึกครึ่งแผ่นไต่ขึ้นมาบนพื้นดิน ในตอนที่ศิลาจารึกโผล่ออกจากพื้นดิน ทั้งดินแดนลึกลับนี้สั่นสะเทือน

 

ฟ้าดินมืดครึ้มในทันที พร้อมกับแผ่นดินไหว ภูเขาสั่นสะเทือน ตอนนี้ ท้องฟ้าไกลๆราวกับจะตกลงมา ความกดดันที่ทรงพลัง ทำให้เย่เหวยรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย หน้าอกขยายขึ้นและแฟบลง  การหายใจกันเร็วขึ้นมาก

 

ฮงลงลง! ฮงลงลง! ฮงลงลง!

 

เกาะที่ตรงกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ทรุดตัวลงทันที น้ำในบึงใหญ่ราวกับว่ามันร้อนเดือด ฟองสีดำก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่ว

 

ในดวงตาที่ตกอกตกใจของเย่เหวย มองหุบเหวขนาดใหญ่ยักษ์ที่กว้างเกินสิบเมตรปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน จากนั้น มันขยายใหญ่ขึ้นไปจนถึงเส้นขอบฟ้า ราวกับจะผ่านทะลุทั้งโลก มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด เหมือนกับว่ามีปีศาจตนหนึ่งถือค้อนขนาดใหญ่ฟันฉับลงบนพื้นโลก

 

หุบเหวสงบที่อยู่ในความมืดมิด ราวกับเป็นขุมนรกที่ลึกจนไม่อาจหยั่งถึง ทำให้ผู้คนอกสั่นฝันผวา

 

” อาววู! ”

 

” รรร! รรร! ”

 

ในครานี้ เบื้องล่างของหุบเหวมีเสียงร้องคำรามกู่ก้องที่ทำให้หูอื้อ เสียงโซ่ตรวนที่เสียดสีกันก็ทยอยดังขึ้น เบื้องล่างของขุมนรกนี้ ราวกับมีกรงเหล็กขนาดใหญ่ซึ่งไว้ขังปีศาจบ้าคลั่งที่น่าสะพรึงกลัว

 

เสียงคำรามดังเข้ามาใกล้ เสียงเสียดสีของโซ่ตรวนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับปีศาจที่เหี้ยมโหดกำลังพยายามปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการ แล้วออกจากขุมนรก!

 

เยาเหวยที่ยืนอยู่ไกลไกล มองหุบเหวที่ยืดยาวจากขุมนรกสู่ปลายขอบฟ้า เสียงร้องคำรามที่ดังเข้ากลหู เสียงเสียดสีของโซ่ตรวน ทำให้ใบหน้าของเย่เหวยขาวซีด

 

ฮูฮูฮู!

 

จากนั้น มีหมอกควันสีดำพุ่งออกมาจากก้นบึ้งขุมนรก ผ่านทางควันดำ เย่เหวยสามารถมองเห็นเงาปีศาจที่ชั่วร้ายแต่ละตัว

 

ลมปราณที่น่าสะพรึงพัดมากระทบ เย่เหวยรู้สึกเพียงไอเย็นจากปลายเท้าพุ่งขึ้นสู่สมอง (ขนลุกขนพอง) ร่างกายถอยหลังสามสี่ก้าวอย่างควบคุมไม่ได้  หายใจรุนแรง ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนี้ ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เพราะเหตุใดพื้นดินจึงแยกออก จนเกิดเป็นห้วงลึกแห่งหุบเหว?

 

เป็นขุมนรกที่ลึกจนมองไม่เห็นเบื้องล่าง ต้องการจะปกปิดอะไรกันแน่? จึงได้ปล่อยพลังที่น่าหวาดหวัดพรั่นพรึงถึงเพียงนี้!

 

เวิง! เวิง! เวิง!

 

ในตอนที่เย่เหวยคิดว่าจะมีปีศาจพุ่งออกมาจากขุมนรก ศิลาจารึกครึ่งแผ่นที่ลอยอยู่กลางอากาศได้ปะทุแสงสีทองสูงสุด ในแสงสีทองนั้น มีอักขระเซียนเป็นหมื่นล้านวิถีปรากฏขึ้นสลัวๆ อักขระเซียนนับไม่ถ้วนใช้วิธีการที่ลึกลับไหลมารวมกัน

 

พริบตาเดียว ลมปราณมหาศาลที่ทรงพลังดังสนั่นขึ้นมา กดดันลงไปยังขุมนรกที่ลึกที่หยั่งไม่ถึง

 

” อาววู! ”

 

” อาววู! ”

 

สีทองนับหมื่นล้านสองสว่างหุบเหวลึก ลมปราณมหาศาลที่ทรงพลัง ทำให้ปีศาจที่ไม่ได้อยู่ในหมอกสีดำส่งเสียงร้องโหยหวน

 

ภายใต้การส่องสว่างของแสงสีทอง หมอกควันสีดำนั้นราวกับน้ำแข็งหิมะที่อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์แผดเผา ละลายด้วยความเร็วที่ตามองเห็น

 

จากนั้นไม่นาน ทุกอย่างฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ ลมปราณปีศาจและมารที่อยู่ในหุบเหว ก็ถูกยับยั้งลงสู่ขุมนรกอีกครั้ง

 

เย่เหวยกรอกลูกตาไปมา มองศิลาจารึกครึ่งแผ่นที่ปะทุสีทองแสงนับหมื่นวิถีส่องลงไปในหุบเหว ราวกับว่าเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรง ก้นจ้ำเบ้ากับพื้น เหงื่อไหลท่วมตัว สีหน้าขาวซีด อกสั่นขวัญผวา

 

” ในหุบเหวนี้ซ่อนอะไรที่น่ากลัวไว้…. ” เย่เหวยหายใจเข้าเต็มปอด มองหุบเหวที่ขยายใหญ่ยาวไปถึงเส้นขอบฟ้า นึกถึงลมปราณของมาร ปีศาจ ที่ชั่วร้ายนั้น เขาจึงยังขวัญหนีดีฝ่อ

 

” อ๋าว! ” ในตอนที่เย่เหวยพึ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก หมอกควันสีดำพุ่งจากขุมนรกตรงขึ้นฟ้าอีกครั้ง หมดสีดำนี้มีแสงสีเลือดสว่างปกคลุมรอบๆ ลมปราณปีศาจที่ชั่วร้ายรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่า!

 

โฮกกกก !

 

ในหมอกควันสีดำที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีเลือด มีมังกรในตำนานตัวหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างสลัวๆ มันมีสามหัว เกล็ดสีแดงเลือด ร่างกายใหญ่โตหลายร้อยจ้วง มังกรตัวนี้ส่งเสียงร้องคำราม  ฝืนทำลายม่านพลังแสงสีทอง พุ่งไปทางศิลาจารึกครึ่งแป็นนั้นอย่างโหดเหี้ยม ปากสีเลือดอ้าปากกว้าง ดูคล้ายกับว่ามันจะกลืนศิลาจารึกแผ่นนั้น

 

ร่างของมังกรไม่ได้หลบอยู่ในหมอกควันสีดำ เสียงที่คำราม ทำให้ทั่วทั้งดินแดนลึกลับนี้สั่นสะเทือน เย่เหวยที่แอบอยู่ไกลๆรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก เริ่มฝืดในลำคอ แล้วเลือดก็ไหลออกมาจากมุมปาก

 

เวิงเวิงเวิง!

 

ศิลาจารึกนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง แล้วปะทุแสงสีเงินเจิดจ้ากว่าเดิม มังกรตัวนั้นที่ไม่ได้อยู่ในหมอกสีดำถูกหยุดยั้งลง

 

แสงสีทองตัดผ่านหมอกควันสีดำ ไปหยุดที่ร่างของมังกรตัวนั้น แสงสีทองมโหฬารที่ร้อนแรง แผดเผาร่างกายของมังกรตัวใหญ่นั้นจนเกิดเป็นหลุมเป็นหลุมขนาดใหญ่

 

” อ๋าววู! ” มังกรเจ็บปวด ร่างกายขนาดใหญ่ดิ้นพล่านในหมอกควันสีดำ ความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้มังกรเพิ่มความดุร้ายมากขึ้น แล้วพ่นลูกบอลไฟสีดำเมื่อมขนาดใหญ่ออกจากปาก

 

บนลูกบอลไฟสีดำเมื่อมมีสายฟ้าสีแดงเลือดปะทุอยู่รอบๆ ช่องว่างรอบๆดูเหมือนจะพังทลายลง ลูกบอลไฟสีดำเมื่อมที่มีสายฟ้าสีแดงล้อมมาพร้อมกับพลังที่ถล่มฟ้าสะเทือนดินโจมตีไปที่ศิลาจารึกแผ่นนั้น

 

ในวินาทีที่ลูกบอลไฟสีดำเมื่อมปะทะกับศิลาจารึกครึ่งแผ่น .. ทันใดนั้น ศิลาจารึกครึ่งแผ่นปะทุแสงสีฟ้านับหมื่นล้านเส้น แสงสีฟ้านี้แผ่ไปทั่วทุกทิศ ราวกับจะเกิดเสียงสะท้อนดังก้องทั่วทั้งโลก ฉับพลัน แสงสีฟ้านับหมื่นล้านที่ปรากฏออกมาได้รวมเข้ากับศิลาจารึก

ออกความคิดเห็น

error: Content is protected !!